วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เฉลย คอมพิวเตอร์

บทที่ 6
10. DBMS มีประโยชน์อย่างไรในการใช้ฐานข้อมูล
ตอบ สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องทราบถ้งโครงสร้างทางกายภาพ ในระดับที่ลึกมากเหมือนกับการเขียนโปรเเกรมของโปรแกรมเมอร์ ระบบดังกล่าวจะยอมให้ผู้ใช้กำหนดโครงสร้าง และดูแลรักษาฐานข้อมูลได้เป็นอย่างดี และยังสามารถควบคุมการเข้าถึงของข้อมูลในส่วนต่าง ๆ ตามระดับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนด้วย
11. ภาษาที่ใช้สอบถามหรือเข้าถึงข้อมูลโดยผ่านรูปแบบการใช้คำสั่งเฉพาะ เรียกว่าภาษาอะไร จงยกตัวอย่างคำสั่งประกอบ
ตอบ ภาษาเรียกค้นข้อมูล หรือภาษา คิวรี่ QUERY ประเภทของภาษาคิวรี่ที่ได้รับความนิยมคือ SQL ตัวอย่างของ SQL คือ
1. DELETE ใช้สำหรับลบข้อมูลหรือลบ record ใน ๆ ในฐานข้อมูล
2. INSERT ใช้สำหรับเพิ่มข้อมูลหรือเพิ่ม record ใด ๆ เข้าไป ในฐานข้อมูล
3. SELECT ใช้สำหรับเลือกข้อมูลหรือเลือก record ใด ๆ ที่ต้องการจากฐานข้อมูล
4. UPDATE ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูลหรือแก้ไข record ใดๆ ในฐานข้อมูล
12. ความสามารถโดยทั่วไปของ DBMS มีอะไรบ้างจง อธิบาย
ตอบ 1. สร้างฐานข้อมูล คือการพัฒนาระบบโดยก่อนที่จะมีการพัฒนาต้องมีการเก็บข้อมูล หรือเก็บขั้นตอนการทำงานของระบบเสียก่อนโดยอาจจะเก็บโดยการสัมภาษหรือวิเคราะห์ ค่ารายการต่างจากแบบฟอร์มของเอกสารหรือจากระบบงานแบบเดิม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ทราบถึงข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูลที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีกี่ตารางที่จะจัดเก็บ คุณสมบัติของตารางเป็นเช่นไร ประกอบด้วยกี่file ซึ่งสั่งเหล่านี้จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและลดโอกาสความผิดพลาดจากการประมวลผลในฐานข้อมูลให้น้อยลง
2. เพิ่มเปลี่ยนแปลง แก้ไข ลบข้อมูล ในกรณีที่บางครั้งอาจมีข้อผิดพลาด
3. จัดเรียงและค้นหาข้อมูล
4. สร้างรูปแบบและรายงาน สร้างรูปแบบของการแสดงผลบนหน้าจอ และพิม ผลลัพย์รายการออกมาเป็นรายงาน
บทที่ 9
1. นักศึกษาคิดว่าเหตุใดจึงต้องนำเอาระบบเครียข่าย Computer เข้ามาช่วยในการทำงาน
ตอบ 1. สร้างความสะดวกในการทำงาน
2. ลดความย่งยากในการทำงาน
3. แบ่งเบาความรับผิดชอบในการทำงาน
2. ระบบเครีอค่ายที่มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร จงยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ ข้อดี 1 สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น เครื่องพิม พื้นที่ในดิส ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ประหยัดกว่าการมี อุปกรณ์ เหล่าน้น หลาย ๆชุดสำหรับ แต่ละเครื่อง
2. ใช้ข้อมูลใน file ร่วมกัน
3. ความง่ายในการดูแลระบบ ผู้ดูแล สามารถดูแลตรวจสอบ สถานะการทำงานติดต้งริ้อถอนโปรแกรม หรือทำสำเนา ข้อมูล (back up ) และอิ่น ๆ ได้จากแหล่งเดี่ยวกัน
ข้อเสีย 1. การเรียกข้อมูล ทำได้ช้า ๆ ในกรณีที่ผู้ใช้เรียกใช้พร้อมกัน
2. ข้อมูลไม่สามารถใช้ได้ทันที
3. ยากต่อการควบคุมและดูแล
3. สายเคเบลที่ได้รับความนิยมอย่างเเพร่หลายมากที่สุดคือ จงบอก ลักษณะทั่วไปของสายดังกล่าว
ตอบ สายใยแก้วนำแสง Fiber Opticเป็นสายที่ส่งสัญญาณด้วยแสงต้องมีอุปกรณ์พิเศษโดยเฉพาะ มีข้อดีตรง ส่งได้ระยะไกล โดยไม่มีสัญญาณ รบกวน

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

พหุคูณของไบต์ เพื่อนสามารถเข้าไป อ่านรายละเอียด ได้นะคะมีความหมาย ของแต่ตัวว่าเป็นอย่างไงบ้างค่ะ

พหุคูณของไบต์
อุปสรรคฐานสิบ อุปสรรคฐานสอง
ชื่อ สัญลักษณ์ ค่าพหุคูณ ชื่อ สัญลักษณ์ ค่าพหุคูณ
กิโลไบต์ KB 103 ≈ กิบิไบต์ KiB 210
เมกะไบต์ MB 106 ≈ เมบิไบต์ MiB 220
จิกะไบต์ GB 109 ≈ จิบิไบต์ GiB 230
เทระไบต์ TB 1012 ≈ เทบิไบต์ TiB 240
เพตะไบต์ PB 1015 ≈ เพบิไบต์ PiB 250
เอกซะไบต์ EB 1018 ≈ เอกซ์บิไบต์ EiB 260
เซตตะไบต์ ZB 1021
ยอตตะไบต์ YB 1024

เทระไบต์ เป็นบทความเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ เครือข่าย ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วย เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ เทระไบต์ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ หรือ ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:เทคโนโลยีสารสนเทศ
เทระไบต์ (Terabyte) หรือ เทราไบต์ ใช้ตัวย่อว่า TB เป็นหน่วยวัดขนาดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่น ใช้เป็นหน่วยวัดความจุของหน่วยความจำหรือฮาร์ดดิสก์

เทระไบต์ มีขนาดอ้างอิงคร่าวๆ คือ

1 TB = 1,000,000,000,000 ไบต์ (หนึ่งล้านล้านไบต์) ใช้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ และในวิศวกรรมสื่อสาร
หรือเทียบเท่าได้กับ 1,024 GB = 1 TB

แหล่งที่มา http://wapedia.mobi/th

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

http://gotoknow.org/blog/productivity101/114057

เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการจัดการอีเมล์ (2)Inbox ก็เปรียบเสมือนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านท่านนั่นเอง ท่านต้องจัดการกับมันทุกวัน เพื่อจะรองรับไปรษณีย์ใหม่ที่จะเข้ามา ถ้า Inbox ของท่านว่าง ก็งายในการที่จะจัดการกับอีเมล์ที่เข้ามาในแต่ละวัน
เป็นยังไงกันบ้างครับ คราวที่แล้วเราได้พูดกันไปถึงการเพิมประสิทธิภาพการทำงานด้วยการจำกัดการเข้าไปเช็คอีเมล์ โดยการกำหนดเวลาที่แน่นอนในแต่ละวันไว้สำหรับการจัดการกับอีเมล์ ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านได้ลองนำไปปฏิบัติดูคงได้ผลบ้างไม่มากก็น้อย
วันนี้ผมจะได้เล่าต่อเกี่ยวการจัดการกับกล่องจดหมายเข้า หรือที่เรียกกันว่า Inbox นั่นแหละครับ ก่อนอื่นลองเปิดอีเมล์ของคุณขึ้นมาสิครับแล้วลองดูว่าใน Inbox ของคุณมีอีเมล์อยู่กี่ฉบับ มีเกินหนึ่งพันฉบับ หรือหลายร้อย หรือหลายสิบ หรือเฉพาะของวันนี้ หรือไม่มีเลย ใครที่มีเฉพาะอีเมล์ของวันนี้หรือไม่มีอีเมล์ค้างใน Inbox เลย ผมขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะคิดว่าคุณคงรู้วิธีจัดการกับอีเมล์กันบ้างแล้ว
ต่อไปเราลองมาดูกันสิครับว่าจะมีวิธีจัดการกับอีเมล์แต่ละฉบับที่กองกันอยู่ใน Inbox ของเราได้อย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นผมขอให้ท่านระลึกไว้เสมอว่าทุกครั้้งที่ท่านเช็คอีเมล์ เมื่อท่านเปิด Inbox ขึ้นมา ท่านจะต้องตัดสินใจที่จะกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่ออีเมล์ที่อยู่ในนั้นเสมอ สิ่งที่ท่านจะตัดสินใจกระทำต่ออีเมล์แต่ละฉบับคือ
1. ลบทิ้ง (delete it)
2. จัดเก็บเข้าโฟลเดอร์ตามหมวดหมู่ (archive it)
3. จัดเก็บลงโฟลเดอร์สำหรับตอบภายหลัง ถ้าเป็นอีเมล์ที่ต้องตอบแต่ยังไม่ต้องตอบในขณะนี้ (defer it)
4. ส่งไปยังโฟลเดอร์ปฏิบัติการ (generate action from it)
4. ตอบทันที ถ้าเป็นอีเมล์เร่งด่วนหรือสามารถตอบได้ในเวลาไม่เกินสองนาที (respond to it immediately)
เมื่อท่านกำจัดอีเมล์ออกจาก Inbox ของท่านโดยใช้การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจากทั้งสี่แบบแล้ว สิ่งที่ท่านจะต้องทำต่อไปก็คือ เมื่อท่านมีเวลาว่างให้เข้าไปจัดการกับอีเมล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์สำหรับตอบภายหลังแล้วจัดการตอบอีเมล์เหล่านั้น หรือกำหนดงานที่ต้องทำ (to-do, next action) จากอีเมล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ปฏิบัติการ เมื่อท่านได้ปฏิบัติการต่ออีเมล์เหล่านั้นเรียบร้อยแล้วก็จัดเก็บเข้าโฟลเดอร์ตามหมวดหมู่เพื่อไว้อ้างอิงต่อไป
เมื่อท่านทำได้ดังที่ว่ามานี้ Inbox ของท่านก็จะไม่เป็นที่กองสุมของอีเมล์หลากหลายชนิดอีกต่อไป อย่าลิมว่า Inbox ก็เปรียบเสมือนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านท่านนั่นเอง ท่านต้องจัดการกับมันทุกวัน เพื่อรองรับไปรษณีย์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามา ถ้า Inbox ของท่านว่าง ก็งายในการที่จะจัดการกับอีเมล์ที่เข้ามาในแต่ละวัน และการที่ท่านได้จัดการให้ Inbox ของท่านว่างในแต่ละวัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับท่านแล้ว เพราะอย่างน้อยท่านก็ได้ปฏิบัติการอย่างเหมาะสมต่ออีเมล์ทุกฉบับที่ส่งมาถึงท่าน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับสรรพอีเมล์อีกต่อไป

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความตั้งใจ

ณ. วันที่ได้ทำงานวันแรก จนถึงทุกวันนี้ มันมีอะไร ที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้เราดูโต เป้นผุ้ใหญ่ ขึ้นมีความคิดขึ้น บางครั้ง เรารุ้ สึกว่า เรายังไม่ มีความสามารถเท่าไรและอยากทำให้ดีกว่านี้ ท้งในหน้าที่การทำงานและความรับผิดชอบ มีคนเคยบอกว่า ความขยันไม่ช่วยอะไร เท่ากับ การแสแสร้ง จริงหรอ ความขยัน ไม่ได้ทำให้เราโตขึ้นหรอ แต่จากที่เห็น คนรอบข้างมันก็จริงนะ