บทที่ 6
10. DBMS มีประโยชน์อย่างไรในการใช้ฐานข้อมูล
ตอบ สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องทราบถ้งโครงสร้างทางกายภาพ ในระดับที่ลึกมากเหมือนกับการเขียนโปรเเกรมของโปรแกรมเมอร์ ระบบดังกล่าวจะยอมให้ผู้ใช้กำหนดโครงสร้าง และดูแลรักษาฐานข้อมูลได้เป็นอย่างดี และยังสามารถควบคุมการเข้าถึงของข้อมูลในส่วนต่าง ๆ ตามระดับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนด้วย
11. ภาษาที่ใช้สอบถามหรือเข้าถึงข้อมูลโดยผ่านรูปแบบการใช้คำสั่งเฉพาะ เรียกว่าภาษาอะไร จงยกตัวอย่างคำสั่งประกอบ
ตอบ ภาษาเรียกค้นข้อมูล หรือภาษา คิวรี่ QUERY ประเภทของภาษาคิวรี่ที่ได้รับความนิยมคือ SQL ตัวอย่างของ SQL คือ
1. DELETE ใช้สำหรับลบข้อมูลหรือลบ record ใน ๆ ในฐานข้อมูล
2. INSERT ใช้สำหรับเพิ่มข้อมูลหรือเพิ่ม record ใด ๆ เข้าไป ในฐานข้อมูล
3. SELECT ใช้สำหรับเลือกข้อมูลหรือเลือก record ใด ๆ ที่ต้องการจากฐานข้อมูล
4. UPDATE ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูลหรือแก้ไข record ใดๆ ในฐานข้อมูล
12. ความสามารถโดยทั่วไปของ DBMS มีอะไรบ้างจง อธิบาย
ตอบ 1. สร้างฐานข้อมูล คือการพัฒนาระบบโดยก่อนที่จะมีการพัฒนาต้องมีการเก็บข้อมูล หรือเก็บขั้นตอนการทำงานของระบบเสียก่อนโดยอาจจะเก็บโดยการสัมภาษหรือวิเคราะห์ ค่ารายการต่างจากแบบฟอร์มของเอกสารหรือจากระบบงานแบบเดิม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ทราบถึงข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูลที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีกี่ตารางที่จะจัดเก็บ คุณสมบัติของตารางเป็นเช่นไร ประกอบด้วยกี่file ซึ่งสั่งเหล่านี้จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและลดโอกาสความผิดพลาดจากการประมวลผลในฐานข้อมูลให้น้อยลง
2. เพิ่มเปลี่ยนแปลง แก้ไข ลบข้อมูล ในกรณีที่บางครั้งอาจมีข้อผิดพลาด
3. จัดเรียงและค้นหาข้อมูล
4. สร้างรูปแบบและรายงาน สร้างรูปแบบของการแสดงผลบนหน้าจอ และพิม ผลลัพย์รายการออกมาเป็นรายงาน
บทที่ 9
1. นักศึกษาคิดว่าเหตุใดจึงต้องนำเอาระบบเครียข่าย Computer เข้ามาช่วยในการทำงาน
ตอบ 1. สร้างความสะดวกในการทำงาน
2. ลดความย่งยากในการทำงาน
3. แบ่งเบาความรับผิดชอบในการทำงาน
2. ระบบเครีอค่ายที่มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร จงยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ ข้อดี 1 สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น เครื่องพิม พื้นที่ในดิส ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ประหยัดกว่าการมี อุปกรณ์ เหล่าน้น หลาย ๆชุดสำหรับ แต่ละเครื่อง
2. ใช้ข้อมูลใน file ร่วมกัน
3. ความง่ายในการดูแลระบบ ผู้ดูแล สามารถดูแลตรวจสอบ สถานะการทำงานติดต้งริ้อถอนโปรแกรม หรือทำสำเนา ข้อมูล (back up ) และอิ่น ๆ ได้จากแหล่งเดี่ยวกัน
ข้อเสีย 1. การเรียกข้อมูล ทำได้ช้า ๆ ในกรณีที่ผู้ใช้เรียกใช้พร้อมกัน
2. ข้อมูลไม่สามารถใช้ได้ทันที
3. ยากต่อการควบคุมและดูแล
3. สายเคเบลที่ได้รับความนิยมอย่างเเพร่หลายมากที่สุดคือ จงบอก ลักษณะทั่วไปของสายดังกล่าว
ตอบ สายใยแก้วนำแสง Fiber Opticเป็นสายที่ส่งสัญญาณด้วยแสงต้องมีอุปกรณ์พิเศษโดยเฉพาะ มีข้อดีตรง ส่งได้ระยะไกล โดยไม่มีสัญญาณ รบกวน
วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
พหุคูณของไบต์ เพื่อนสามารถเข้าไป อ่านรายละเอียด ได้นะคะมีความหมาย ของแต่ตัวว่าเป็นอย่างไงบ้างค่ะ
พหุคูณของไบต์
อุปสรรคฐานสิบ อุปสรรคฐานสอง
ชื่อ สัญลักษณ์ ค่าพหุคูณ ชื่อ สัญลักษณ์ ค่าพหุคูณ
กิโลไบต์ KB 103 ≈ กิบิไบต์ KiB 210
เมกะไบต์ MB 106 ≈ เมบิไบต์ MiB 220
จิกะไบต์ GB 109 ≈ จิบิไบต์ GiB 230
เทระไบต์ TB 1012 ≈ เทบิไบต์ TiB 240
เพตะไบต์ PB 1015 ≈ เพบิไบต์ PiB 250
เอกซะไบต์ EB 1018 ≈ เอกซ์บิไบต์ EiB 260
เซตตะไบต์ ZB 1021
ยอตตะไบต์ YB 1024
เทระไบต์ เป็นบทความเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ เครือข่าย ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วย เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ เทระไบต์ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ หรือ ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:เทคโนโลยีสารสนเทศ
เทระไบต์ (Terabyte) หรือ เทราไบต์ ใช้ตัวย่อว่า TB เป็นหน่วยวัดขนาดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่น ใช้เป็นหน่วยวัดความจุของหน่วยความจำหรือฮาร์ดดิสก์
เทระไบต์ มีขนาดอ้างอิงคร่าวๆ คือ
1 TB = 1,000,000,000,000 ไบต์ (หนึ่งล้านล้านไบต์) ใช้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ และในวิศวกรรมสื่อสาร
หรือเทียบเท่าได้กับ 1,024 GB = 1 TB
แหล่งที่มา http://wapedia.mobi/th
อุปสรรคฐานสิบ อุปสรรคฐานสอง
ชื่อ สัญลักษณ์ ค่าพหุคูณ ชื่อ สัญลักษณ์ ค่าพหุคูณ
กิโลไบต์ KB 103 ≈ กิบิไบต์ KiB 210
เมกะไบต์ MB 106 ≈ เมบิไบต์ MiB 220
จิกะไบต์ GB 109 ≈ จิบิไบต์ GiB 230
เทระไบต์ TB 1012 ≈ เทบิไบต์ TiB 240
เพตะไบต์ PB 1015 ≈ เพบิไบต์ PiB 250
เอกซะไบต์ EB 1018 ≈ เอกซ์บิไบต์ EiB 260
เซตตะไบต์ ZB 1021
ยอตตะไบต์ YB 1024
เทระไบต์ เป็นบทความเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ เครือข่าย ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วย เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ เทระไบต์ ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ หรือ ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:เทคโนโลยีสารสนเทศ
เทระไบต์ (Terabyte) หรือ เทราไบต์ ใช้ตัวย่อว่า TB เป็นหน่วยวัดขนาดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่น ใช้เป็นหน่วยวัดความจุของหน่วยความจำหรือฮาร์ดดิสก์
เทระไบต์ มีขนาดอ้างอิงคร่าวๆ คือ
1 TB = 1,000,000,000,000 ไบต์ (หนึ่งล้านล้านไบต์) ใช้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ และในวิศวกรรมสื่อสาร
หรือเทียบเท่าได้กับ 1,024 GB = 1 TB
แหล่งที่มา http://wapedia.mobi/th
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
http://gotoknow.org/blog/productivity101/114057
เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการจัดการอีเมล์ (2)Inbox ก็เปรียบเสมือนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านท่านนั่นเอง ท่านต้องจัดการกับมันทุกวัน เพื่อจะรองรับไปรษณีย์ใหม่ที่จะเข้ามา ถ้า Inbox ของท่านว่าง ก็งายในการที่จะจัดการกับอีเมล์ที่เข้ามาในแต่ละวัน
เป็นยังไงกันบ้างครับ คราวที่แล้วเราได้พูดกันไปถึงการเพิมประสิทธิภาพการทำงานด้วยการจำกัดการเข้าไปเช็คอีเมล์ โดยการกำหนดเวลาที่แน่นอนในแต่ละวันไว้สำหรับการจัดการกับอีเมล์ ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านได้ลองนำไปปฏิบัติดูคงได้ผลบ้างไม่มากก็น้อย
วันนี้ผมจะได้เล่าต่อเกี่ยวการจัดการกับกล่องจดหมายเข้า หรือที่เรียกกันว่า Inbox นั่นแหละครับ ก่อนอื่นลองเปิดอีเมล์ของคุณขึ้นมาสิครับแล้วลองดูว่าใน Inbox ของคุณมีอีเมล์อยู่กี่ฉบับ มีเกินหนึ่งพันฉบับ หรือหลายร้อย หรือหลายสิบ หรือเฉพาะของวันนี้ หรือไม่มีเลย ใครที่มีเฉพาะอีเมล์ของวันนี้หรือไม่มีอีเมล์ค้างใน Inbox เลย ผมขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะคิดว่าคุณคงรู้วิธีจัดการกับอีเมล์กันบ้างแล้ว
ต่อไปเราลองมาดูกันสิครับว่าจะมีวิธีจัดการกับอีเมล์แต่ละฉบับที่กองกันอยู่ใน Inbox ของเราได้อย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นผมขอให้ท่านระลึกไว้เสมอว่าทุกครั้้งที่ท่านเช็คอีเมล์ เมื่อท่านเปิด Inbox ขึ้นมา ท่านจะต้องตัดสินใจที่จะกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่ออีเมล์ที่อยู่ในนั้นเสมอ สิ่งที่ท่านจะตัดสินใจกระทำต่ออีเมล์แต่ละฉบับคือ
1. ลบทิ้ง (delete it)
2. จัดเก็บเข้าโฟลเดอร์ตามหมวดหมู่ (archive it)
3. จัดเก็บลงโฟลเดอร์สำหรับตอบภายหลัง ถ้าเป็นอีเมล์ที่ต้องตอบแต่ยังไม่ต้องตอบในขณะนี้ (defer it)
4. ส่งไปยังโฟลเดอร์ปฏิบัติการ (generate action from it)
4. ตอบทันที ถ้าเป็นอีเมล์เร่งด่วนหรือสามารถตอบได้ในเวลาไม่เกินสองนาที (respond to it immediately)
เมื่อท่านกำจัดอีเมล์ออกจาก Inbox ของท่านโดยใช้การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจากทั้งสี่แบบแล้ว สิ่งที่ท่านจะต้องทำต่อไปก็คือ เมื่อท่านมีเวลาว่างให้เข้าไปจัดการกับอีเมล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์สำหรับตอบภายหลังแล้วจัดการตอบอีเมล์เหล่านั้น หรือกำหนดงานที่ต้องทำ (to-do, next action) จากอีเมล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ปฏิบัติการ เมื่อท่านได้ปฏิบัติการต่ออีเมล์เหล่านั้นเรียบร้อยแล้วก็จัดเก็บเข้าโฟลเดอร์ตามหมวดหมู่เพื่อไว้อ้างอิงต่อไป
เมื่อท่านทำได้ดังที่ว่ามานี้ Inbox ของท่านก็จะไม่เป็นที่กองสุมของอีเมล์หลากหลายชนิดอีกต่อไป อย่าลิมว่า Inbox ก็เปรียบเสมือนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านท่านนั่นเอง ท่านต้องจัดการกับมันทุกวัน เพื่อรองรับไปรษณีย์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามา ถ้า Inbox ของท่านว่าง ก็งายในการที่จะจัดการกับอีเมล์ที่เข้ามาในแต่ละวัน และการที่ท่านได้จัดการให้ Inbox ของท่านว่างในแต่ละวัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับท่านแล้ว เพราะอย่างน้อยท่านก็ได้ปฏิบัติการอย่างเหมาะสมต่ออีเมล์ทุกฉบับที่ส่งมาถึงท่าน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับสรรพอีเมล์อีกต่อไป
เป็นยังไงกันบ้างครับ คราวที่แล้วเราได้พูดกันไปถึงการเพิมประสิทธิภาพการทำงานด้วยการจำกัดการเข้าไปเช็คอีเมล์ โดยการกำหนดเวลาที่แน่นอนในแต่ละวันไว้สำหรับการจัดการกับอีเมล์ ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่านได้ลองนำไปปฏิบัติดูคงได้ผลบ้างไม่มากก็น้อย
วันนี้ผมจะได้เล่าต่อเกี่ยวการจัดการกับกล่องจดหมายเข้า หรือที่เรียกกันว่า Inbox นั่นแหละครับ ก่อนอื่นลองเปิดอีเมล์ของคุณขึ้นมาสิครับแล้วลองดูว่าใน Inbox ของคุณมีอีเมล์อยู่กี่ฉบับ มีเกินหนึ่งพันฉบับ หรือหลายร้อย หรือหลายสิบ หรือเฉพาะของวันนี้ หรือไม่มีเลย ใครที่มีเฉพาะอีเมล์ของวันนี้หรือไม่มีอีเมล์ค้างใน Inbox เลย ผมขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะคิดว่าคุณคงรู้วิธีจัดการกับอีเมล์กันบ้างแล้ว
ต่อไปเราลองมาดูกันสิครับว่าจะมีวิธีจัดการกับอีเมล์แต่ละฉบับที่กองกันอยู่ใน Inbox ของเราได้อย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นผมขอให้ท่านระลึกไว้เสมอว่าทุกครั้้งที่ท่านเช็คอีเมล์ เมื่อท่านเปิด Inbox ขึ้นมา ท่านจะต้องตัดสินใจที่จะกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่ออีเมล์ที่อยู่ในนั้นเสมอ สิ่งที่ท่านจะตัดสินใจกระทำต่ออีเมล์แต่ละฉบับคือ
1. ลบทิ้ง (delete it)
2. จัดเก็บเข้าโฟลเดอร์ตามหมวดหมู่ (archive it)
3. จัดเก็บลงโฟลเดอร์สำหรับตอบภายหลัง ถ้าเป็นอีเมล์ที่ต้องตอบแต่ยังไม่ต้องตอบในขณะนี้ (defer it)
4. ส่งไปยังโฟลเดอร์ปฏิบัติการ (generate action from it)
4. ตอบทันที ถ้าเป็นอีเมล์เร่งด่วนหรือสามารถตอบได้ในเวลาไม่เกินสองนาที (respond to it immediately)
เมื่อท่านกำจัดอีเมล์ออกจาก Inbox ของท่านโดยใช้การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจากทั้งสี่แบบแล้ว สิ่งที่ท่านจะต้องทำต่อไปก็คือ เมื่อท่านมีเวลาว่างให้เข้าไปจัดการกับอีเมล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์สำหรับตอบภายหลังแล้วจัดการตอบอีเมล์เหล่านั้น หรือกำหนดงานที่ต้องทำ (to-do, next action) จากอีเมล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ปฏิบัติการ เมื่อท่านได้ปฏิบัติการต่ออีเมล์เหล่านั้นเรียบร้อยแล้วก็จัดเก็บเข้าโฟลเดอร์ตามหมวดหมู่เพื่อไว้อ้างอิงต่อไป
เมื่อท่านทำได้ดังที่ว่ามานี้ Inbox ของท่านก็จะไม่เป็นที่กองสุมของอีเมล์หลากหลายชนิดอีกต่อไป อย่าลิมว่า Inbox ก็เปรียบเสมือนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านท่านนั่นเอง ท่านต้องจัดการกับมันทุกวัน เพื่อรองรับไปรษณีย์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามา ถ้า Inbox ของท่านว่าง ก็งายในการที่จะจัดการกับอีเมล์ที่เข้ามาในแต่ละวัน และการที่ท่านได้จัดการให้ Inbox ของท่านว่างในแต่ละวัน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับท่านแล้ว เพราะอย่างน้อยท่านก็ได้ปฏิบัติการอย่างเหมาะสมต่ออีเมล์ทุกฉบับที่ส่งมาถึงท่าน ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับสรรพอีเมล์อีกต่อไป
วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ความตั้งใจ
ณ. วันที่ได้ทำงานวันแรก จนถึงทุกวันนี้ มันมีอะไร ที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้เราดูโต เป้นผุ้ใหญ่ ขึ้นมีความคิดขึ้น บางครั้ง เรารุ้ สึกว่า เรายังไม่ มีความสามารถเท่าไรและอยากทำให้ดีกว่านี้ ท้งในหน้าที่การทำงานและความรับผิดชอบ มีคนเคยบอกว่า ความขยันไม่ช่วยอะไร เท่ากับ การแสแสร้ง จริงหรอ ความขยัน ไม่ได้ทำให้เราโตขึ้นหรอ แต่จากที่เห็น คนรอบข้างมันก็จริงนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)